ตามหาชั่วโมงที่ ๒๕

posted on 29 Aug 2009 15:57 by ngamzaiiz
ชั่วโมงที่ ๒๕
ฉันกำลังตามหามัน
ตามหามาตลอดเวลา
ตั้งแต่วันที่ฉันร้องไห้ฟูมฟาย
ตั้งแต่วันนั้น...

ชั่วโมงที่ ๒๕
มีใครเคยนึกถึงมันบ้างหรือไม่
ฉันไม่ทราบ
ใครคนนั้นอยากได้ไปทำอะไร
ฉันไม่รู้
แต่ที่ฉันพยายามตามหา..

ชั่วโมงที่ ๒๕
เพราะฉัน..
อยากจะมอบชั่วโมงที่ ๒๕
นี้ให้คนที่ฉันรัก
เข้าใจมั่ย...
คุณคงเข้าใจ ฉันกำลังหมายถึง
คนที่ฉันรัก เค้าไม่มีเวลา

ชั่วโมงที่๒๕
อาจทำให้ฉันกับเค้าได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น
แม้เพียงชั่วโมงเดียว
แต่ก็ดีไม่ใช่หรือ
ดีกว่าเวลาไม่กี่นาที
และเวลาชั่วโมงเดียวมันคงจะเป็นชั่วโมงที่มีความหมายที่สุดสำหรับฉัน
คงเป็นชั่วโมงที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตอันสั้นของฉัน
กลับกันฉันกลับคิดอีกว่า...

ชั่วโมงที่๒๕
แน่ใจหรือว่าอยากได้มา
ถ้าได้มาแล้วจะไม่ต้องการชั่วโมงที่ ๒๖ ๒๗ ต่อไปหรือ
แต่ฉันก็ได้ให้คำตอบกับตัวเองว่า...

ชั่วโมงที่๒๕
มีหนึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งวัน
ฉะนั้นทุกๆวันฉันจะมีชั่วโมงที่ ๒๕
ชั่วโมงที่มีความหมายสำหรับฉัน
แต่...

ชั่วโมงที่๒๕
มันไม่มีจริง
สิ่งที่ฉันคิดก็เป็นเพียงฝันลมๆแล้งๆ
ที่ไม่มีวันเป็นจริง
เสมือนตักน้ำใส่ชะลอ ไม่ว่าวันใดมันก็ไม่เต็มขึ้นมาได้
แต่ลองคิดเล่นๆถ้ามีขึ้นมาจริงๆ
คงเป็นอะไรที่พิเศษสุดไปเลย

แล้วคุณล่ะ ชั่วโมงที่๒๕ ถ้าได้มันมาคุณจะเอาไปทำอะไร

ความรู้สึก กับ ระยะห่าง

ระหว่างคน....

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต

ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา .........บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป

แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น... จากคนแปลกหน้า

กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน

สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า

ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย

หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่…

บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย…

จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน

ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ …

และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ...

แต่ในทางกลับกัน...

ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา

จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น ....กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ...

กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ...

แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่

แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ...

ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา

พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก...

ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้

และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน

เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1

ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ...

และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ....

เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว

เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ…

กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก

เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง

กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . .......

เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป...

แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่

ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ...

ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี

กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม…

กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก

แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน...

ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน…

เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า

ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี

โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน

อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...

เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า

แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...

ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน

ไม่เคยรับรู้ว่า

ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน

แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น

ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...

ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ …

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก

แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน…

บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต

ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม

ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม

ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา

ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย…

ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์...

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา

ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง

ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป

เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า …

ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี

ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง

เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไป

เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน

เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน

เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี...เสียอีก...

แล้วคุณ ๆ เล่า …

เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม...

เคยรู้สึกไหมว่า…บางที ความห่างไกล

...กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน

เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ

หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม

เคยคิดกันบ้างไหมว่า …

ระหว่างคนพยายามเดินหนี

คนที่พยายามเดินตาม

และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม

คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน...

ความรักเหมือนแสงแดด

posted on 18 Aug 2009 01:44 by ngamzaiiz
ความรัก…สองคำสั้นๆ แต่ทรงอานุภาพยิ่งนัก
มีคนมากมายพยายามไขว่คว้าให้ได้มา

และอีกหลายคนอยากหลบลี้หลีไกล...
ด้วยรู้ถึงพิษสงของมัน ถ้าเพียงแต่จะหยุด...
ดูสักนิดจะพบว่าความรักมิได้มีเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

ความรักก็เหมือนกับอะไรๆ อีกมากมาย
ที่มีด้าน มีมุม มีเหลี่ยมให้มอง
แล้วแต่ว่าใครจะมองด้านไหนเพราะฉะนั้น

ฉันจึงได้เห็นนิยามความรักที่แตกต่างกันออกไป
บ้างก็ว่าความรักเหมือนดวงตะวัน ส่องให้ความอบอุ่น
ความรักเหมือนรุ่งอรุณอันแสนหวาน ความรักเหมือนยาพิษ

ความรักหนอ....ถ้าเจ้ามีชีวิต มีตัวตน
ฉันอยากรู้จังว่าเจ้าจะบอกกับทุกคนว่าอย่างไร
จะอธิบายให้สรรพสิ่งเข้าใจถึงตัวเจ้าในแง่ไหน

ฉันก็เหมือนคนอื่นๆ
ที่มองความรักเป็นเหมือนแสงแดด ที่มีระยะเวลาในตัวของมัน

แสงแดดยามอรุณรุ่ง จางตา น่าถวิลหา อบอุ่น พาให้หลงใหล
แต่พอสายหน่อย แดดเริ่มแรง ความร้อนเข้าแทนที่
และรู้สึกว่า มันเกินอบอุ่นไปเป็นร้อนรน และร้อนรุ่ม

แสงแดดยามเที่ยงวัน เจิดจ้า ท้าทายสรรพสิ่งที่อยู่โดยรอบ
ต้องหาที่หลบร่ม เพราะเกินกว่าจะต้านทานได้ไหว
แสงแดดยามบ่ายคล้อย แม้จะไม่ร้อนแรงเท่าตอนเที่ยง
แต่ก็ไม่นวลตา พาให้หลงใหลได้อีกครั้ง

แสงอาทิตย์อัสดง ดูไกลๆ ก็สวยดี
แต่ไม่อยากเข้าไปใกล้อีกแล้ว อยากกลับไปพัก ณ ที่จากมาในตอนต้นมากกว่า

ความรักในมุมมองของฉันมีระยะเวลาที่มันเป็นไป 5 ระยะด้วยกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่ามันจะลงเอยด้วยความไม่เข้าใจ หรือจากลาเสมอไปหรอกนะ
เพราะว่าบางความรักที่มีอยู่อาจจะเรียนรู้ที่จะหลบร้อนเมื่อใด
และออกมารับแสงบ้างตอนไหน ทำให้รู้จักประคับประคองความรักให้เป็นไป...
ในทางที่ควรจะเป็นโดยไม่มีใครต้องฝืนใจ และเสียใจ

วันนี้หลายคนอาจจะเสียใจกับความรัก
แต่ว่า...พรุ่งนี้ยังมี ความรักไม่เดินหนีไปไหน ความรักยังอยู่ที่เดิม
และที่สำคัญความรักยังอยู่รอบๆ ตัวเราทุกคน

แล้วคุณล่ะคะ...คุณมองความรักว่าเป็นอย่างไร

Code Here.